รีโนเวทคอนโดเก่า 4 เรื่องควรรู้ก่อนลงมือทำ

358 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รีโนเวทคอนโดเก่า 4 เรื่องควรรู้ก่อนลงมือทำ

การรีโนเวทคอนโดเก่าโดยการปรับปรุงซ่อมแซมห้องบางส่วนให้ดูใหม่ มีความสวยงามมากขึ้น และตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคอนโดที่อยู่มานานจนรู้สึกเบื่อกับสภาพห้องเดิม หรือคอนโดมือสองที่ซื้อมาและต้องการรีโนเวทเพื่ออยู่อาศัยหรือปล่อยเช่า ล้วนมีสิ่งที่ควรรู้ก่อนลงมือทำ ซึ่งก่อนที่จะทำการรีโนเวทคอนโดเก่า มี 4 เรื่องหลักที่ควรรู้ ดังนี้

1. ศึกษาข้อบังคับและกฎหมายโดยละเอียด
ก่อนจะทำการรีโนเวทคอนโดเก่า เจ้าของควรต้องศึกษากฎระเบียบต่าง ๆ ของทางคอนโดให้ดี ซึ่งโดยปกติจะแนบมาตอนทำสัญญา นอกจากนั้นยังควรปรึกษากับนิติบุคคลโครงการหรือเจ้าของโครงการว่าสามารถต่อเติมหรือซ่อมแซมอะไรได้บ้าง และยังมีกฎหมายที่ควรรู้ก่อนลงมือทำการรีโนเวทคอนโดเก่า ได้แก่
– การรีโนเวทคอนโดเก่านั้นจะต้องไม่ขัดกับ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 หรือที่เรียกว่ากฎหมายควบคุมอาคาร
– ต้องได้รับอนุญาตจากนิติบุคคลโครงการหรือเจ้าของโครงการ
– ต้องส่งพิมพ์เขียวงานออกแบบที่ต้องการทำการปรับปรุงให้กับนิติบุคคลโครงการหรือเจ้าของโครงการให้เรียบร้อย
– ต้องแจ้งเรื่องเป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้พักอาศัยที่มีอาณาเขตติดกัน ทั้งห้องที่อยู่ข้าง ๆ ห้องที่อยู่ชั้นบนและชั้นล่างของห้องที่จะทำการรีโนเวท โดยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาในการดำเนินการและขอบเขตความรับผิดชอบอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ในกระบวนการปรับปรุง ซ่อมแซม ควรทำในช่วงเวลากลางวันของวันธรรมดาหรือวันทำงาน หลีกเลี่ยงเวลากลางคืน วันหยุดสุดสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพราะอาจไปรบกวนช่วงเวลาการพักผ่อนของเพื่อนบ้านได้

2. สำรวจห้องและกำหนดงบประมาณ
ขั้นตอนต่อมาของการรีโนเวทคอนโดเก่าคือการสำรวจพื้นที่ทั้งหมดภายในห้อง ทั้งพื้นห้อง ผนังห้อง ฝ้าเพดาน ระบบไฟ ระบบน้ำ ว่ามีส่วนไหนที่ต้องการปรับปรุงและส่วนไหนที่ชำรุดต้องซ่อมแซม จากนั้นจึงทำการประเมินงบประมาณที่จะใช้เพื่อป้องกันปัญหางบประมาณบานปลาย
อย่างไรก็ตาม ควรจะเตรียมงบเผื่อเอาไว้อีก 20-30% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพราะหากมีอะไรที่นอกเหนือไปจากการประเมิน การรีโนเวทคอนโดเก่าจะได้สามารถดำเนินการต่อแบบไม่สะดุด


3. รู้ก่อนลงมือ อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้
ก่อนทำการรีโนเวทคอนโดเก่าควรหาข้อมูลอีกสักนิดว่ามีอะไรที่ทำได้ และอะไรที่ทำไม่ได้ เพราะการปรับปรุงซ่อมแซมคอนโดนั้นมีข้อจำกัดอยู่เช่นกัน เช่น
– ทาสีห้องใหม่ การเปลี่ยนแปลงสีภายในห้องเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนสีภายนอกห้องได้ทั้งในส่วนของระเบียงห้องและด้านหน้าของห้อง เพราะจะส่งผลถึงภาพลักษณ์โดยรวมของโครงการได้
– กั้นสัดส่วนภายในห้อง หากการต่อเติมนั้นเพิ่มน้ำหนักให้กับโครงสร้างอาคารไม่เกิน 10% สามารถทำได้เมื่อนิติบุคคลอนุญาต ซึ่งปัจจุบันการกั้นสัดส่วนห้องในคอนโดนิยมใช้สมาร์ทบอร์ดหรือกระจกซึ่งมีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่ายและใช้เวลาไม่นาน
แต่หากการต่อเติมไปเพิ่มน้ำหนักให้กับโครงสร้างอาคารมากกว่า 10% เจ้าของห้องจะต้องไปขออนุญาตดัดแปลงอาคารต่อสำนักงานเขต ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และ 2551 เสียก่อน
– เปลี่ยนพื้นห้อง หากเจ้าของห้องต้องการเปลี่ยนวัสดุปูพื้นก็สามารถทำได้ แต่ต้องคำนวณน้ำหนักก่อนว่าเกินกว่าโครงสร้างจะรับไหวหรือไม่ และหากเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับโครงสร้างอาคารเกินกว่า 10% ก็ต้องไปทำการขออนุญาตดัดแปลงอาคารต่อสำนักงานเขตเช่นกัน
– ต่อเติมระเบียงห้อง แม้ระเบียงจะถูกนับรวมเป็นพื้นที่ใช้สอยของห้อง แต่การต่อเติมระเบียงห้องเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากจะทำให้มีความแตกต่างจากห้องอื่น ๆ และจะส่งผลถึงภาพลักษณ์และโครงสร้างของทรัพย์ส่วนกลางได้
– เปลี่ยนประตูทางเข้า-ออกห้อง สำหรับประตูเข้า-ออกห้องหลัก ประตูที่อยู่ติดกับระเบียง ไม่สามารถเปลี่ยนได้ เพราะเป็นเรื่องของภาพลักษณ์โดยรวมของโครงการส่วนประตูที่เปลี่ยนได้คือประตูที่อยู่ภายในห้องเท่านั้น
– ย้ายตำแหน่งสุขภัณฑ์ การออกแบบโครงการคอนโดมิเนียมจะมีการวางแนวท่อน้ำดี-น้ำเสียต่อกันเป็นแนวดิ่ง ห้องน้ำของห้องชุดภายในโครงการจึงอยู่แนวเดียวกันทั้งหมด ดังนั้นการย้ายห้องน้ำหรือย้ายตำแหน่งโถสุขภัณฑ์จึงไม่สามารถทำได้

4. ไอเดียรีโนเวทคอนโดเก่า แต่งอย่างไรให้น่าอยู่
จะเสียเงินรีโนเวทคอนโดเก่าทั้งที นอกจากจะเลือกตกแต่งใหม่ใสไตล์ที่ชอบ การรีโนเวทก็ควรจะทำให้ห้องดูน่าอยู่มากขึ้น ด้วย ไอเดียต่าง ๆ ดังนี้
– การใช้สีโทนสว่าง หนึ่งในปัญหาของการอยู่คอนโดคือพื้นที่ที่จำกัด ดังนั้นการเลือกใช้สีโทนสว่าง เช่น สีขาว สีครีม สีทอง สีเทาอ่อน สีเงิน สีฟ้าอ่อน ก็จะช่วยทำให้ห้องดูโปร่งโล่งและดูกว้างขึ้น
– แบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดเป็นส่วน โดยอาจใช้ฉากกั้นแบบพับได้หรือผ้าม่านที่รูดเปิด-ปิดได้แทนการก่อกำแพง เพราะจะยิ่งทำให้ห้องดูแคบ
– เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีหลายฟังก์ชัน ซึ่งจะทำให้ได้พื้นที่ใช้สอยในห้องเพิ่มขึ้น เช่น โซฟาที่สามารถปรับเป็นเตียงนอนได้ หรือเตียงที่มีช่องเก็บของใต้เตียง
– ใช้กระจกเงาตกแต่ง กระจกเงามีคุณสมบัติในการสะท้อนแสง การติดตั้งกระจกเงาไว้ที่ผนังที่ไม่ตรงกับทางเข้า-ออก หรือในพื้นที่แคบที่แสงส่องเข้าไม่ถึง จะช่วยทำให้ห้องสว่างขึ้นและรู้สึกว่าห้องกว้างขึ้นได้
– จัดเก็บของในแนวตั้ง การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แนวตั้ง ชั้นวางหรือตู้เก็บของที่ติดผนัง นอกจากจะทำให้ห้องมีพื้นที่ว่างมากขึ้น ยังทำให้ห้องดูเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วย

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้